หน้าหลักเกี่ยวกับเราพันธมิตรติดต่อช่วยเหลือ
เพาะเลี้ยงไส้เดือนฝอยสายพันธุ์ไทยไว้ใช้เอง
www.gms-ain.org อนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง >>ผู้เขียน: >>จาก:กรมวิชาการเกษตร
[ขนาด:ใหญ่กลางเล็ก][พิมพ์][ปิด]

ผู้เขียนเคยเขียนไว้ในบทความเรื่องไส้เดือนฝอยกับเศรษฐกิจพืชส่งออกของไทยว่า ไส้เดือนฝอยมีสองชนิด คือ ไส้เดือนฝอยชนิดตัวดี คือ ช่วยในการกำจัดศัตรูพืช กับ ไส้เดือนฝอยตัวที่เป็นโทษ หรือตัวที่เป็นศัตรูพืช  ก่อให้เกิดโรคพืชซึ่งทำให้ผลผลิตพืชลดลง
ไส้เดือนฝอยที่เป็นศัตรูพืช ที่ส่วนหัวจะมีลักษณะเหมือนเข็ม  ซึ่งเข็มนี้จะไปเจาะต้นพืชแล้วดูน้ำเลี้ยงจากพืช  จนต้นพืชไม่สามารถเจริญเติบโตและมีชีวิตอยู่ได้  และยังแพร่ระบาดในพืชอย่างรุนแรง ซึ่งเคยทำความสูญเสียแก่ผลผลิตพืชของเกษตรกรอย่างมหาศาลมาแล้ว เช่น โรครากปมพริกเป็นต้น
ส่วนไส้เดือนฝอยชนิดตัวดีที่มีประโยชน์ทางการเกษตร ไส้เดือนฝอยชนิดนี้จะช่วยในการกำจัดแมลงศัตรูพืช ไส้เดือนฝอยชนิดนี้จะเจาะเข้าไปกินเนื้อเยื่อในตัวแมลงที่เป็นศัตรูพืช และจะอาศัยอยู่ในตัวแมลงดังกล่าวโดยทำให้แมลงศัตรูพืชเป็นโรคและตายไปในที่สุด  เมื่อมองดูไส้เดือนฝอยทั้งสองชนิดภายใต้กล้องจุลทรรศน์ จะเห็นลักษณะหน้าตาคล้ายกัน แต่อวัยวะข้างในและการกินอาหารต่างกัน
ดร.นุชนารถ  ตั้งจิตสมคิด  นักวิชาการโรคพืชชำนาญการพิเศษ กลุ่มงานไส้เดือนฝอย สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช กรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า ขณะนี้ใช้ไส้เดือนฝอยกำจัดแมลงศัตรูพืชได้รับความสนใจจากเกษตรกรกันมาก  การควบคุมแมลงศัตรูพืชโดยไส้เดือนฝอยมีประสิทธิภาพในการควบคุมแมลงศัตรูพืชได้หลายชนิด  ได้แก่ หนอนใยผัก หนอนกระทู้หอม หนอนกระทู้ผักและหนอนด้วงหมัดผัก  ไส้เดือนฝอยสามารถทำให้แมลงศัตรูพืชเหล่านี้ตายได้อย่างรวดเร็ว  กลุ่มงานไส้เดือนฝอย ได้ทำการศึกษาวิจัยอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ได้ชีวภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพนำมาทดแทนหรือลดการใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืชลงในระดับที่ปลอดภัย  และเพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่เน้นความสำคัญในเรื่องความปลอดภัยด้านอาหาร (Food Safety) เพื่อให้ผลผลิตเกษตรปลอดภัยจากสารพิษ และเป็นที่ยอมรับทั้งตลาดภายในและต่างประเทศ
ไส้เดือนฝอยที่มีจำหน่ายเป็นการค้าในปัจจุบัน มีราคาค่อนข้างสูง หรือซื้อยาก อาจประสบปัญหาในขณะเก็บรักษาและการขนส่งผลิตภัณฑ์ ทำให้ไส้เดือนฝอยลดประสิทธิภาพในการฆ่าแมลงได้ จึงได้ทำการศึกษาวิจัยวิธีการเพาะเลี้ยงไส้เดือนฝอยอย่างง่ายๆ  เพื่อให้เกษตรหรือผู้สนใจเพราะเลี้ยงใช้เองได้และมีราคาถูก

ไส้เดือนฝอยสายพันธุ์ไทย (Steinernema sp. Thai isolate)
เมื่อปี  พ.ศ. 2539  ได้ค้นพบไส้เดือนฝอยกำจัดแมลงชนิดใหม่  เรียกว่า ไส้เดือนฝอยสายพันธุ์ไทย มีประสิทธิภาพในการกำจัดแมลงศัตรูพืชได้หลายชนิด มีความปลอดภัยต่อพืช สัตว์ และสภาพแวดล้อม จึงเป็นชีวภัณฑ์อีกชนิดหนึ่งที่ได้รับความสนใจนำมาใช้ทดแทนสารเคมีกำจัดศัตรูพืชที่เป็นอันตราย  โดยเฉพาะการนำไส้เดือนฝอยมาใช้พ่นกำจัดแมลงในการผลิตพืชผักปลอดภัยจากสารพิษ  หรือใช้ในแปลงเกษตรอินทรีย์

คุณสมบัติไส้เดือนฝอยสายพันธุ์ไทย
ไส้เดือนฝอยสายพันธุ์ไทย สามารถเพาะเลี้ยงขยายปริมาณได้ง่ายในอาหารเทียมหลายชนิด  นอกจากนั้นยังมีคุณสมบัติทนทานอุณหภูมิได้สูงถึง 27 ?C 35 องศาเซลเซียส จัดเป็นสายพันธุ์ทนร้อนที่มีชีวิตรอดได้ดีในสภาพอุณหภูมิ ในเขตร้อนชื้น เช่น ประเทศไทย โดยไม่ต้องเก็บรักษาผลิตภัณฑ์ไส้เดือนฝอยในห้องควบคุมอุณหภูมิ จึงเป็นข้อดีที่จะผลิตเป็นผลิตภัณฑ์กำจัดศัตรูพืชเพื่อการค้าหรือผลิตไว้ใช้เอง เนื่องจากสามารถเพาะเลี้ยงและขยายปริมาณได้ดีในอาหารเทียมที่มีราคาถูก ทำให้ต้นทุนการผลิตต่ำ เหมาะสำหรับเกษตรกรรายย่อยหรือกลุ่มเกษตรกรที่จะหันมาใช้ไส้เดือนฝอยทดแทนหรือลดการซื้อสารเคมีมาใช้ในการกำจัดศัตรูพืช
จากการศึกษาวิจัยพบว่า  ไส้เดือนฝอยสามารถเจริญเติบโตในสภาพอุณหภูมิห้องปกติ     (30 ?C 33 องศาเซลเซียส)  กลุ่มงานไส้เดือนฝอยได้ทำการศึกษาวิจัยและพัฒนากระบวนการผลิตไส้เดือนฝอยกำจัดแมลงศัตรูพืชให้เป็นเทคโนโลยีที่ง่าย ต้นทุนต่ำ และกระบวนการเพาะเลี้ยงไม่ยุ่งยาก  เป็นเทคโนโลยีการผลิตระดับเกษตรกรผลิตไว้ใช้เองเป็นผลสำเร็จแล้ว  พร้อมที่จะถ่ายทอดความรู้การผลิตไส้เดือนฝอยไปสู่เกษตรกร  และสนับสนุนให้เกษตรกรเพราะเลี้ยงไส้เดือนฝอยใช้เอง  ซึ่งจะช่วยลดรายจ่ายซึ่งเป็นต้นทุนการซื้อสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชหรือสารชีวภัณฑ์อื่นที่มีราคาแพง นอกจากนั้นการใช้ไส้เดือนฝอยกำจัดศัตรูพืช  ยังมีความปลอดภัยต่อผู้ใช้  ไม่มีสารพิษตกค้างในผลิตผลเกษตรและปลอดภัยต่อสภาพแวดล้อม  ไส้เดือนฝอยที่เพาะเลี้ยงเองสามารถนำไปใช้ได้ทันที  มีความแข็งแรงและมีศักยภาพในการฆ่าแมลง

กระบวนการเพาะเลี้ยงไส้เดือนฝอยกำจัดแมลงอย่างง่าย

การเพาะเลี้ยงไส้เดือนฝอย  ใช้วัสดุอุปกรณ์ที่หาได้ง่าย ราคาถูก โดยใช้ไส้เดือนฝอยสายพันธุ์ไทยที่แยกได้ในประเทศเป็นหัวเชื้อเริ่มต้น  ซึ่งมีคุณสมบัติทนร้อน เพาะเลี้ยงได้ในอาหารเทียมชนิดแข็งกึ่งเหลวและขยายพันธุ์ได้ดีโดยไม่ต้องเลี้ยงร่วมกับแบคทีเรีย นำมาเพาะเลี้ยงในถุงพลาสติกทนร้อนแทนการใช้ขวดแก้ว  และใช้ฟองน้ำสังเคราะห์ตัดเป็นก้อนรูปสี่เหลี่ยมด้านเท่าเหมือนลูกเต๋าขนาด  1x1 ซม. ใช้เป็นวัสดุคลุกอาหารที่มีส่วนประกอบของโปรตีน  เช่น ไส้ไก่ ไข่ไก่ ไข่เป็ด  เนื้อปลาดุก  ปลาทู โปรตีนเกษตร  เป็นต้น  ผสมกับไขมันและน้ำ นำไปคลุกกับก้อนฟองน้ำในอัตราส่วน  5 : 2 : 3 จากนั้นนำไปนึ่งฆ่าเชื้อด้วยหม้อนึ่งธรรมดา เมื่ออาหารเย็นลงแล้ว จัดการใส่หัวเชื้อไส้เดือนฝอยในอัตราที่กำหนดที่เหมาะสมกับปริมาณอาหารและจำนวนไส้เดือนฝอย  คือ 1 ถุงอาหารใช้หัวเชื้อไส้เดือนฝอยประมาณหนึ่งแสนตัว

ต่อจากนั้นนำไปบ่มเพาะเลี้ยง  โดยนำถุงอาหารเพาะเลี้ยงที่ใส่หัวเชื้อแล้วไปบ่มไว้ในห้องที่มีอากาศถ่ายเทในอุณหภูมิห้องปกติไม่เกิน 35 องศาเซลเซียส ประมาณ 7 วัน จะได้ผลผลิตไส้เดือนฝอยในระยะที่ต้องการ คือ ไส้เดือนฝอยในระยะเข้าทำลายแมลง

หัวเชื้อไส้เดือนฝอยจะเจริญเติบโตและขยายพันธุ์ภายในถุงเพาะเลี้ยงจนอาหารหมดใช้เวลาประมาณ 7 วัน  หัวเชื้อไส้เดือนฝอยเริ่มต้นหนึ่งแสนตัวต่อถุง  สามารถขยายพันธุ์เพิ่มจำนวนได้ 200 ?C 300  เท่า  ได้ผลผลิตไส้เดือนฝอยเฉลี่ย  20 ?C 30 ล้านตัวต่อหนึ่งถุงเพาะ  ดังนั้นการเตรียมอาหารเพาะเลี้ยง 10  ถุง  สามารถขยายปริมาณไส้เดือนฝอยเฉลี่ย 200 ?C 300 ล้านตัวต่ออาหาร 1 ลิตร  คิดเป็นต้นทุนอาหารเท่ากับ 150 ?C 180  บาท นำไปใช้พ่นหรือราดดินเพื่อฆ่าแมลงได้ทันทีในพื้นที่ประมาณ  ครึ่งไร่ถึงหนึ่งไร่

ถ้าเราเตรียมอาหารปริมาณ 3 ลิตรต่อครั้ง จะได้ผลผลิตไส้เดือนฝอย 600 ?C 900 ล้านตัว  มีต้นทุนการผลิต 380 บาท  อาจจะมากหรือน้อยกว่านี้ตามราคาวัตถุดิบที่นำมาเป็นอาหารเทียม ซึ่งสามารถนำไปใช้กำจัดแมลงศัตรูพืชในพื้นที่ได้ 2 ?C 3 ไร่ แมลงเป้าหมายได้แก่  หนอนกระทู้ผัก หนอนกระทู้หอม หนอนด้วงหมัดผัก หนอนกินใต้ผิวเปลือกลองกอง และปลวก

การใช้ไส้เดือนฝอยควรพ่นไส้เดือนฝอยในช่วงเย็นหรือเช้า เพื่อหลีกเลี่ยงแสงแดดที่จะทำให้ไส้เดือนฝอยตายหรือลดประสิทธิภาพในการกำจัดแมลง ไส้เดือนฝอยจะมีประสิทธิภาพดี ควรพ่นให้ถูกตัวแมลงมากที่สุด ควรเขย่าถังพ่นสารหรือกระบอกฉีดทุก 10 นาที การเขย่าบ่อยๆ ก็เพื่อป้องกันมิให้ไส้เดือนฝอยตกตะกอนลงสู่ก้นถัง ผลผลิตไส้เดือนฝอยได้จากการเพาะเลี้ยงในถุงอาหารแล้ว 7 วัน ควรนำไปใช้กำจัดแมลงศัตรูพืชให้หมดภายใน  5 ?C 7 วัน

การเพาะเลี้ยงไส้เดือนฝอย สามารถดัดแปลงสูตรอาหารได้ตามสภาพท้องถิ่น เช่น เศษเนื้อปลาชนิดต่างๆ ที่หาง่ายในเขตทำการประมง ไข่จากฟาร์มใกล้ๆ เศษเครื่องในสัตว์ที่ทิ้งแล้ว เหล่านี้เป็นอาหารโปรตีนที่สามารถนำมาเป็นอาหารเพาะเลี้ยงไส้เดือนฝอยได้อย่างดี

"การเพาะเลี้ยงไส้เดือนฝอยใช้เองจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการซื้อผลิตภัณฑ์ที่ทำเป็นการค้ามาใช้ได้ถึง 15.8 เท่า และการเพาะเลี้ยงไส้เดือนฝอยใช้เองทันทีนั้น จะทำให้ได้ไส้เดือนฝอยที่แข็งแรงและมีศักยภาพในการกำจัดแมลงได้ดี"

ผู้สนใจวิธีการผลิตไส้เดือนฝอยไว้ใช้เอง สามารถสอบถามเพิ่มเติม และขอรับการฝึกอบรมได้ที่ กลุ่มงานไส้เดือนฝอย สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช กรมวิชาการเกษตร  โทร.   0-2579-9586

 

Copyright © 2007 GMS - AIN.ORG , Support by ADB