หน้าหลักเกี่ยวกับเราพันธมิตรติดต่อช่วยเหลือ
การเพาะเห็ดตับเต่า
www.gms-ain.org อนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง >>ผู้เขียน: >>จาก:ศูนย์วิจัยพืชสวนเชียงราย
[ขนาด:ใหญ่กลางเล็ก][พิมพ์][ปิด]
ผู้อ่านหลาย ๆ ท่านคงเคยรับประทานอาหารที่นำเห็ดมาเป็นส่วนหนึ่งในการประกอบอาหาร เช่น เห็ดฝาง เห็ดนางฟ้า เห็ดโคน เห็ดหูหนู ฯลฯ เห็ดต่างๆ ที่ได้กล่าวมาแล้วเป็นเห็ดที่มีคุณค่าทางโภชณาการและหาซื้อได้ง่ายตามท้องตลาด
ถ้าจะพูดถึงเห็ดตับเต่า หลายท่านคงจะเคยได้ยินชื่อ เห็ดตับเต่ายังมีหลายชื่อเรียกแล้วแต่ว่าจะพบในภาคไหนของประเทศไทย ภาคเหนือเรียกเห็ดห้า เนื่องจากมักอยู่ใต้ต้นหว้า (ห้า)
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเรียกเห็ดผึ้ง เนื่องจากเมื่อนำเห็ดตับเต่าไปประกอบอาหารสีของน้ำแกงจะเหมือนสีของน้ำผึ้ง
เห็ดตับเต่านิยมรับประทานกันมากในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีคาคาแพง กิโลกรัมละ 80 ?C 150 บาท เห็ดตับเต่าเป็นเห็ดที่จัดว่าเป็นพวกเอ็คโตมัยคอร์ไรซ่า คือเป็นความสัมพันธ์ระหว่างเชื้อรากับระบบรากอาหารของพืชชั้นสูง ซึ่งเชื้อเห็ดจะมีความเฉพาะเจาะจงกับรากฝอย (rootlets) ของพืชอาศัย ไม่สามารถเพาะเลี้ยงให้เป็นดอกเห็ดได้บนอาหารสังเคราะห์ เหมือนกับเห็ดทั่ว ๆ ไป เช่น เห็ดนางฟ้าที่เราเห็นการเจริญเติบโตได้ดีบนอาหารสังเคราะห์ แต่เห็ดตับเต่าจำเป็นจะต้องอาศัยการเจริญเติบโตขึ้นมาได้จะต้องใช้พืชอาศัยในการเจริญเติบโต
พืชอาศัยของเห็ดตับเต่ามีหลายชนิดเช่น หว้า โนน มะกอกน้ำ ส้ม มะม่วง ขนุน และทองหลาง ในจังหวัดเชียงรายที่อำเภอเวียงแก่น ซึ่งเป็นแหล่งปลูกส้มโอแหล่งใหญ่ ในบางส่วนพบว่ามีเห็ดตับเต่าขึ้นบริเวณใต้ต้นส้มโอจำนวนมาก
ในปี พ.ศ. 2549 ?C 2552 กรมวิชาการเกษตร โดยนักวิจัยจากศูนย์วิจัยพืชสวนเชียงราย ได้เก็บตัวอย่างเห็ดตับเต่าที่ขึ้นตามธรรมชาติ นำมาแยกเชื้อบริสุทธิ์บนอาหาร PDA ได้ทั้งหมด 47 isolate โดยเก็บจากใต้ต้นมะกอกน้ำ กระท้อน หว้าและส้มโอ เพื่อศึกษาลักษณะดอกเห็ดตับเต่าที่พบในสภาพธรรมชาติ รวมถึงแยกเชื้อบริสุทธ์ของเห็ดตับเต่าบนอาหารสังเคราะห์และผลิตหัวเชื้อ นอกจากนั้นยังศึกษาถึงความสัมพันธ์ระหว่างเชื้อเห็ดตับเต่ากับรากพืชอาศัยในห้องปฏิบัติการที่สำคัญเพื่อปลูกเชื้อเห็ดตับเต่าลงบนพืชอาศัญ 1 ชนิ คือ มะกอกน้ำ เพื่อใช้เป็ฯ Model ในการศึกษาการสร้าง mycorrhizae และการพัฒนาเป็นดอกเห็ดในแปลงปลูก

จากการทดลองเพาะเห็ดตับเต่าได้ผลการทดลองดังนี้

- เชื้อเห็ดตับเต่าทุก  isolate สามารถเจริญได้บนอาหารสังเคราะห์ แต่ละ isolate มีอัตราการเจริญเติบโตทางเส้นใยที่แตกต่างกัน แต่ทุก isolate มีการเจริญบนอาหาร MMN ได้ดีกว่าอาหาร PDA ดังนั้นจึงควรใช้ MMN เป็นอาหารเลี้ยงเชื้อเห็ดตับเต่า

- เชื้อเห็ดตับเต่ามีการอยู่ร่วมกัน (colonization) กับรากมะเกี๋ยงป่าได้ดี เชื้อเห็ดบาง isolate สามารถเจริญเป็นดอกเห็ดได้ในหลอดทดลอง และบาง isolate พัฒนาเป็นดอกเห็ดขนาดเล็กบนอาหาร PDA หลังจากการเลี้ยงเชื้อที่อุณหภูมิห้องเป็นเวลา 1 เดือน

- การปลูกเชื้อเห็ดตับเต่าบนกล้าพืชอาศัยทำได้โดยการล้างเส้นใยออกจากหัวเชื้อเมล็ดข้าวฟ่าง (หัวเชื้อ 1 ขวดต่อน้ำ 2 ลิตร) ใช้จอบขุดบริเวณรอบชายพุ่มจนพบรากฝอยของพืชอาศัย แล้วนำเชื้อไปราดบริเวณชายพุ่มก่อนกลบด้วยดิน

- สามารถกระตุ้นให้เกิดดอกเห็ดตับเต่านอกฤดูในพืชอาศัยที่เคยพบดอกเห็ดตับเต่าขึ้นตามธรรมชาติได้ โดยการให้น้ำด้วยระบบสปริงเกลอร์เลียนแบบการตกของฝน จะพบดอกเห็ดตับเต่าขึ้นบริเวณใต้ทรงพุ่มของพืชอาศัยหลังจากให้น้ำ 2-3 สัปดาห์

การนำไปใช้ประโยชน์จากการทดลองเพาะเห็ดตับเต่า

- เกษตรกรหรือผู้สนใจสามารถปลูกเชื้อเห็ดตับเต่าลงบนพืชอาศัยเพื่อผลิตตับเต่าเป็นอาหารในครัวเรือนหรือจำหน่ายทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้น

- นักวิชาการเกษตรจัดการฝึกอบรมให้เกษตรกรและผู้สนใจมีความสามารถในการผลิตหัวเชื้อเห็ดตับเต่าเป็นการค้าได้

- เกษตรกรสามารถนำเทคโนโลยีไปผลิตเห็ดตับเต่านอกฤดูเพื่อเพิ่มรายได้ให้มากขึ้นได้

- สามารถถ่ายทอดเทคโนโลยีการปลูกเชื้อเห็ดตับเต่าลงบนกล้าพืชอาศัยให้แก่เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ ซึ่งในแต่ละปีจะต้องผลิตกล้าไม้จำนวนมากเพื่อนำไปปลูกเพิ่มพื้นที่ป่า ซึ่งถ้าในขั้นตอนการผลิตกล้าไม้มีการปลูกเชื้อเห็ดตับเต่าลงในกล้าไม้ทำให้มีเชื้อเห็ดตับเต่าเจริญร่วมกับรากพืชจะทำให้มีผู้สนใจนำกล้าไม้ไปปลูกในบริเวณบ้าน ป่าชุมชน พื้นที่สาธารณประโยชน์ ตลอดจนพื้นที่รกร้าง ซึ่งนอกจากจะได้พื้นที่ป่าเพิ่มขึ้นแล้ว ในอนาคตจะมีเห็ดตับเต่าเกิดขึ้นเป็นแหล่งอาหารโปรตีนอีกด้วยทำให้มีการอนุรักษ์ป่าอย่างยั่งยืน

จากการทำลองเพาะเห็ดตับเต่าที่ประสบผลสำเร็จอย่างที่ได้กล่าวไปแล้วข้างต้น จะทำให้มีเทคโนโลยีการเพาะเห็ดตับเต่าให้กับเกษตรกรผู้ที่สนใจ นอกจากนั้นยังสามารถผลิตหัวเชื้อเห็ดตับเต่าจำหน่ายแก่เกษตรกรและผู้สนใจเพื่อนำไปปลูกลงบนรากพืชอาศัย

นับว่าการเพาะเห็ดตับเต่าได้มีการทดลองจนประสบผลสำเร็จจากนักวิชาการจของ
กรมวิชาการเกษตรและสามารถนำไปถ่ายทอดสู่เกษตรกรเพื่อสร้างเป็นอาชีพและที่สำคัญจะเป็นฯการเพิ่มผลผลิตรวมทั้งเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัวได้อีกทางหนึ่งด้วย เกษตรกรหรือผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์วิจัยพืชสวนเชียงราย โทรศัพท์ 053-170100 หรือ 053-170120 ได้ในวัน เวลา ราชการ


Copyright © 2007 GMS - AIN.ORG , Support by ADB