หน้าหลักเกี่ยวกับเราพันธมิตรติดต่อช่วยเหลือ
ห้องปฏิบัติการตรวจสอบคุณภาพเมล็ดพันธุ์ ISOแห่งแรกของประเทศไทย
www.gms-ain.org อนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง >>ผู้เขียน: >>จาก:กรมวิชาการเกษตร
[ขนาด:ใหญ่กลางเล็ก][พิมพ์][ปิด]

ประภาส ทรงหงษา

 

ห้องปฏิบัติการตรวจสอบคุณภาพเมล็ดพันธุ์ ISOแห่งแรกของประเทศไทย

 

การทำอาชีพด้านการเกษตรให้ประสบความสำเร็จไม่ว่าจะปลูกเพื่อรับประทานในครัวเรือน จำหน่ายเป็นอาชีพหลัก อาชีพเสริม หรือแม้กระทั่งขยายผลถึงการส่งออกเพื่อจำหน่ายยังต่างประเทศ คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าต้องอาศัยปัจจัยหลายประการเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ปลูก สภาพแวดล้อม เทคโนโลยีการปลูก ระบบน้ำ เป็นต้น สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะทำให้ผลผลิตที่ได้มีจำนวนมากหรือน้อย หากเป็นการลงทุนในเชิงพาณิชย์จะส่งผลถึงการได้รับผลกำไรหรือขาดทุน

ปัจจัยสำคัญในระดับต้น ๆ นอกจากจะเป็นการตัดสินใจเลือกชนิดของพืชหรือพันธุ์พืชที่จะปลูก ท่อนพันธุ์ หรือ เมล็ดพันธุ์ ที่ดีเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่จะทำให้ผลผลิตทางการเกษตรของเกษตรกรมีคุณภาพ ได้ผลผลิตดีตามไปด้วย

??ผลิใบฯ?? ฉบับนี้มีเรื่องราวดี ๆ และถือว่าเป็นข่าวดีสำหรับเกษตรกรผู้ที่กำลังมองหาเมล็ดพันธุ์ที่ดีมีคุณภาพสำหรับใช้ในการเพาะปลูก และผู้ประกอบการที่มีความประสงค์จะส่งเมล็ดพันธุ์พืชส่งออกไปจำหน่าย ณ ต่างประเทศ ด้วยขณะนี้ห้องปฏิบัติการตรวจสอบคุณภาพเมล็ดพันธุ์ของ สำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร กรมวิชาการเกษตร ได้ผ่านการตรวจรับรองมาตรฐาน    ISO / IEC 17025 จากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เรียบร้อยแล้ว ถือเป็นห้องปฏิบัติการตรวจสอบ คุณภาพเมล็ดพันธุ์แห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน มอก. 17025 เมื่อวันที่ 8 กรกฏาคม 2553 โดยขอบข่ายที่ได้รับการรับรองคือ อัตราความงอกและอัตราความบริสุทธิ์ทางกายภาพของเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดและข้าวโพดหวานเนื่องจากเป็นเมล็ดพันธุ์ที่มีปริมาณการส่งออกเป็นจำนวนมาก

ห้องปฏิบัติการตรวจสอบคุณภาพเมล็ดพันธุ์แห่งนี้จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติพันธุ์พืช พ.ศ. 2518 เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2518 รับผิดชอบ ตรวจสอบคุณภาพเมล็ดพันธุ์ควบคุมเพื่อการค้าที่นำเข้าจากต่างประเทศ เมล็ดพันธุ์ควบคุมที่ส่งมาจากสารวัตรเกษตร ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของกรมวิชาการเกษตรที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ ทำการสุ่มเก็บตัวอย่างจากร้านค้าวัสดุการเกษตรทั่วประเทศ หลังจากเจ้าหน้าที่ของห้องปฏิบัติการฯ ได้ตรวจสอบเมล็ดพันธุ์เหล่านั้นเรียบร้อยและผ่านการตรวจสอบกรมวิชาการเกษตรจะออกใบรับรองให้เป็นเมล็ดพันธุ์รับรอง

ห้องปฏิบัติการตรวจสอบคุณภาพเมล็ดพันธุ์ กรมวิชาการเกษตรได้เริ่มพัฒนามาตั้งแต่ปลายปี 2549 และได้สมัครยื่นขอรับรองห้องปฏิบัติการจากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2552 ห้องปฏิบัติการฯ แห่งนี้จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพของสินค้าให้กับประเทศคู่ค้าในระดับนานาชาติได้เป็นอย่างดี ขณะเดียวกันยังสามารถรองรับอุตสาหกรรมเมล็ดพันธุ์ของประเทศไทยที่กำลังเติบโตในตลาดโลก ซึ่งในการส่งออกแต่ละครั้งจะเป็นต้องมีใบรับรองคุณภาพเมล็ดพันธุ์แนบไปกับสินค้าที่ต้องการจะส่งออกด้วย

นอกจากนั้น ยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานตามพระราชบัญญัติพันธุ์พืช พ.ศ. 2518 ในการควบคุมกำกับดูแลการจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กฏหมายพันธุ์พืชกำหนดไว้ ในอนาคตกรมวิชาการเกษตรจะพัฒนาห้องปฏิบัติการตรวจสอบคุณภาพเมล็ดพันธุ์ โดยเพิ่มชนิดพืชในการตรวจสอบรับรองคุณภาพ ได้แก่พืชตระกูลแตงพืชตระกูลกะหล่ำ และพืชตระกูลมะเขือ เป็นต้น

ห้องปฏิบัติการตรวจสอบคุณภาพเมล็ดพันธุ์สามารถรองรับการตรวจสอบเมล็ดพันธุ์ที่นำเข้าและส่งออกได้จำนวนถึง 10,000 ตัวอย่าง / ปี โดยกำหนดอัตราค่าบริการตรวจสอบและออกใบรับรองจำนวน 300 บาท / ตัวอย่าง และสามารถรับผลตรวจสอบได้ภายในระยะเวลาไม่เกิน 23 วัน

จากการที่ห้องปฏิบัติการตรวจสอบคุณภาพเมล็ดพันธุ์ของกรมวิชาการเกษตรได้รับการรับรองในครั้งนี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับผู้ประกอบการและเกษตรกร ผู้ประกอบการที่มีธุรกิจส่งออกเมล็ดพันธุ์ไปจำหน่ายต่างประเทศ หากมีใบรับรองจากกรมวิชาการเกษตรแนบไปกับเมล็ดพันธุ์ส่งออกจะทำให้เกิดความน่าเชื่อถือว่าเมล็ดพันธุ์ที่ส่งออกไปจำหน่ายนั้นเป็นเมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพได้มาตรฐานแน่นอน ไม่มีการปลอมปนรวมถึงคุณภาพความงอกของเมล็ดพันธุ์ด้วยในส่วนของเกษตรกรที่จะได้รับประโยชน์ ประการสำคัญเกษตรกรจะได้รับเมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพเพื่อทำการเพาะปลูกในพื้นที่ของตนสร้างความมั่นใจได้ว่าผลผลิตที่จะออกมานั้นจะต้องเป็นผลผลิตที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐานแน่นอน โดยการตรวจสอบจากห้องปฏิบัติการของกรมวิชาการเกษตร ก่อนที่จะนำไปจำหน่ายให้กับเกษตรกร  นอกจากนั้น เกษตรกรยังสามารถนำเมล็ดพันธุ์ที่ซื้อตามท้องตลาดส่งผ่านเจ้าหน้าที่ของกรมวิชาการเกษตร (สารวัตรเกษตร) เพื่อนำเมล็ดพันธุ์เหล่านั้นนำกลับมาตรวจสอบที่ห้องปฏิบัติการฯ ว่าเมล็ดพันธุ์ที่ซื้อมานั้น มีคุณภาพหรือไม่

ขั้นตอนต่าง ๆ ก่อนที่กรมวิชาการเกษตรจะได้รับการพิจารณารับรองห้องปฏิบัติการตรวจสอบเมล็ดพันธุ์จากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) จะต้องใช้ความพยายามและใช้เวลานานหลายปี นอกจากนั้น ยังต้องมีความร่วมมือจากหลายภาคส่วนร่วมกันสร้างมาตรฐานไม่ว่าจะเป็นห้องทดลอง อุปกรณ์ที่ได้มาตรฐานตลอดจนเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานจะต้องมีการศึกษาหาความรู้จากเอกสารอย่างละเอียด รวมทั้ง สั่งสมประสบการณ์จากห้องทดลอง โดยการทดลองในห้องปฏิบัติงานจริง  ด้วยเหตุผลที่ได้กล่าวมาแล้วนั้น เนื่องจากการรายงานผลการตรวจสอบเมล็ดพันธุ์ในแต่ละครั้งจะต้องมีความเที่ยงตรง ถูกต้องและเพื่อที่จะเป็นแหล่งที่สามารถรับประกันสร้างความมั่นใจให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการได้

ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กลุ่มควบคุมพันธุ์พืช สำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร โทรศัพท์ 0-2579-6573 ได้ในวัน เวลา ราชการ

Copyright © 2007 GMS - AIN.ORG , Support by ADB