หน้าหลักเกี่ยวกับเราพันธมิตรติดต่อช่วยเหลือ
เจาะงบ 8 แสนล้าน 'ทีมสมคิด' นำ 7 รัฐมนตรี กู้เศรษฐกิจ-ฟื้นความเชื่อมั่น
www.gms-ain.org อนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง >>ผู้เขียน: >>จาก:ประชาชาติธุรกิจ 27 August 2015
[ขนาด:ใหญ่กลางเล็ก][พิมพ์][ปิด]

 ทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ถูกผลัดมือจากทีมของ "ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล" มาเป็นทีม "สมคิด จาตุศรีพิทักษ์" ยกกระบินอกจากหัวหน้าทีม "ม.ร.ว.ปรีดิยาธร" ที่ถูกปรับออก ในเครือข่ายที่หลุดเก้าอี้ไปตามกันมี 6 คน ประกอบด้วยนายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง นายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช รมว.อุตสาหกรรม นายณรงค์ชัย อัครเศรณี รมว.พลังงาน นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รมว.เกษตรและสหกรณ์ นายอำนวย ปะติเส รมช.เกษตรและสหกรณ์ นายพรชัย รุจิประภา รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
          ขณะที่ "สมคิด" พาพรรค-พวกเข้าสู่ตำแหน่งทีมบริหารเศรษฐกิจรัฐบาล 3 เก้าอี้ นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง นายอุตตม สาวนายน รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมช.พาณิชย์คู่กับการปรับทัพ-ย้ายเก้าอี้เสนาบดีฝ่ายเศรษฐกิจหน้าใหม่ควบหน้าเก่าในสาย คสช. อาทิ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ ย้ายจาก รมว.พาณิชย์ไปเป็น รมว.เกษตรและสหกรณ์ เพื่อผลักดันแนวคิดของ "พล.อ.ประยุทธ์" ที่ต้องการให้กระทรวงเกษตรฯหาวิธีเพิ่มมูลค่าสินค้าการเกษตรให้เป็นรูปธรรม หลังจากรัฐมนตรีคนเก่าทำไม่ได้ดั่งใจ ซึ่งนางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมช.พาณิชย์ ขึ้นเป็น รมว.พาณิชย์ ดูแลกระทรวงพาณิชย์แทน
          นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ ได้รับการอัพเกรดจากรองเสนาบดีให้เป็นเสนาบดีราชรถเต็มขั้น เพื่อขับเคลื่อนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งรถไฟฟ้า รถไฟรางคู่ และมอเตอร์เวย์ แม้ไม่ได้อยู่ในเครือข่าย "ทีมสมคิด" แต่หัวหน้าทีมเศรษฐกิจคนใหม่เคยเอ่ยปากชมว่า "อาคมเป็นคนเก่ง และเป็นคนมือสะอาด" เช่นเดียวกับ นางอรรชกา สีบุญเรือง ที่ขยับจากปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ขึ้นนั่งเก้าอี้ รมว.อุตสาหกรรม
          เมื่อทีมเศรษฐกิจชุดใหม่ภายใต้ "ทีมสมคิด" เข้าประจำการในตำแหน่ง พกความพร้อม ความมั่นใจมาเต็มที่ ท่ามกลางความคาดหวังของประชาชน นักธุรกิจ นักลงทุน ที่อยากเห็นกระตุ้นชีพจรเศรษฐกิจที่กำลังเต้นแผ่วเบา ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
          นับจากนี้เป็นการพิสูจน์ฝีมือของทีมเศรษฐกิจชุดใหม่
          ขณะเดียวกัน 1 สัปดาห์ให้หลังการโปรดเกล้าฯ คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ แม่น้ำสายสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ก็จะพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2559 ซึ่งมีการตั้งงบประมาณทั้งหมดไว้ที่ 2,720,000,000,000 บาท อันเป็นเครื่องไม้เครื่องมือของทีมเศรษฐกิจชุดใหม่นำไปใช้กระตุ้นเศรษฐกิจ ที่จะมีการพิจารณาในวันที่ 27 สิงหาคมนี้
          เมื่อแกะตัวเลขในกฎหมายงบประมาณปี'59 ที่ทีมเศรษฐกิจชุดใหม่กำกับดูแลอยู่มีเม็ดเงินรวมกันทั้งสิ้น 867,292,438,100 บาท
          โดยงบประมาณที่อยู่ในรูป "งบฯกลาง" ซึ่งเป็นหัวใจหลักในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่อยู่ในความควบคุมของกระทรวงการคลังและสำนักงบประมาณไว้ให้ "ทีมสมคิด" ใช้สอย มีการตั้งไว้ที่จำนวน 402,139,412,300 บาท
          แต่หลังจากผ่านการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ มีการปรับเพิ่มให้ถึง 20,582,050,500 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 422,721,462,800 บาท
          โดยให้เหตุผลความจำเป็นในการปรับเพิ่มว่า "เนื่องจากเป็นค่าใช้จ่ายที่ต้อง เตรียมไว้ให้แก่ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานของรัฐที่มีบทบาทหน้าที่ต้องแก้ไขปัญหาเร่งด่วน หรือสภาพเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นโดยมิได้คาดหมายไว้ ไม่สามารถประมาณการค่าใช้จ่ายที่แน่นอนได้ และเพื่อเป็นการเตรียมสำหรับการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี
          ขณะที่กระทรวงการคลังซึ่งได้ งบประมาณทั้งหมด 199,174,066,600 บาท ปรับลดลงจากที่ขอไว้ 199,328,807,200 บาท ลดลง 154,740,600 บาท จำแนกได้เป็นงบฯของสำนักงานปลัดกระทรวงฯ 1,207,449,900 บาท เป็นงบฯในแผนป้องกัน ปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในภาครัฐ 761,700 บาท แผนงานบริหารจัดการเศรษฐกิจมหภาคให้เกิดความยั่งยืน 1,206,688,200 บาท กรมธนารักษ์ได้งบฯ 3,682,111,000 บาท เป็นแผนงานบริหารจัดการเศรษฐกิจให้เกิดความยั่งยืน กรมบัญชีกลางได้รับงบฯ 1,404,666,400 บาท เป็นแผนงานบริหารจัดการเศรษฐกิจให้เกิดความยั่งยืน
          กรมศุลกากรได้รับงบฯ 4,267,701,600 บาท เป็นแผนงานส่งเสริมเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ 941,105,100 บาท แผนงานแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ 12,799,000 บาท แผนงานส่งเสริม บทบาทและการใช้โอกาสในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน 427,784,500 บาท แผนงานป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในภาครัฐ 1,712,000 บาท แผนงานบริหารจัดการเศรษฐกิจมหภาคให้เกิดความยั่งยืน 2,884,301,000 บาท
          กรมสรรพสามิตได้รับงบฯ 2,658,100,200 บาท เป็นแผนงานบริหารจัดการเศรษฐกิจมหภาคให้เกิดความยั่งยืน กรมสรรพากรได้รับงบฯ 9,627,129,300 บาท เป็นแผนงาน บริหารจัดการเศรษฐกิจให้เกิดความยั่งยืน สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจได้รับงบฯ 178,139,200 บาท เป็นแผนงานบริหารจัดการเศรษฐกิจให้เกิดความ ยั่งยืน
          สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะได้งบฯ 174,787,685,400 บาท เป็นแผนงานบริหารจัดการเศรษฐกิจให้เกิดความยั่งยืน 123,866,500 บาท แผนงานบริหารจัดการหนี้สาธารณะ 174,663,818,900 บาท สำนักงานเศรษฐกิจการคลังได้รับงบฯ 432,219,100 บาท เป็นแผนงานบริหารจัดการเศรษฐกิจให้เกิดความยั่งยืน 423,804,000 บาท แผนงานส่งเสริมการวิจัยและพัฒนา 8,415,100 บาท และสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) ได้งบฯ  928,864,500 บาท เป็นแผนงานส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและรักษาผลประโยชน์ชาติ
          กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ของ "อุตตม" ได้รับงบประมาณทั้งสิ้น 5,172,851,700 บาท จากเดิมที่ขอไป 5,253,003,400 บาท ถูกปรับลดลงทั้งสิ้น 80,151,700 บาท โดยแผนงานของกระทรวงไอซีทีส่วนใหญ่เป็นเรื่องของแผนพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล กินงบประมาณกว่า 4 พันล้านบาท ซึ่งบรรจุในงบประมาณของสำนักงานปลัดฯ สำนักงานสถิติแห่งชาติ สำนักงาน ส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) สำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน)
          ทั้งนี้ต้องจับตาดูว่าทีมเศรษฐกิจของ "สมคิด" จะสานงานเรื่องดิจิทัลอีโคโนมีต่อหรือไม่ เนื่องจากเป็นที่ริเริ่มโดยทีมเศรษฐกิจของ "คุณชายอุ๋ย"
          ด้านกระทรวงพาณิชย์ของ "นางอภิรดี" ซึ่งผนึกกำลังกับนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ หนึ่งใน "ทีมสมคิด" ในตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการ ได้รับการจัดสรรงบฯ  7,192,584,700 บาท จากที่ขอไป 7,403,738,800 บาท ถูกหั่นไป 211,154,100 บาท แยกเป็น สำนักงานปลัดฯ ได้รับงบฯรวม 1,138,880,700 บาท กรมการค้าต่างประเทศ 484,010,300 บาท กรมการค้าภายใน 1,262,622,900 บาท กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ 376,583,300 บาท กรมทรัพย์สินทางปัญญา 307,935,600 บาท กรมพัฒนาธุรกิจการค้า 656,257,300 บาท กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ 2,294,732,900 บาท ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) 451,529,600 บาท สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) 130,289,300 บาท สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า 89,742,800 บาท
          ส่วนกระทรวงอุตสาหกรรมที่มี "อรรชกา" เป็นเจ้ากระทรวงนั้น ได้รับงบประมาณทั้งสิ้น 5,965,372,200 บาท จากเดิมที่ของบฯไป 6,133,888,900 บาท ถูกปรับลดทั้งสิ้น 168,516,700 บาท แบ่งเป็นสำนักงานปลัดฯ ได้รับงบฯ 1,633,667,000 บาท กรมโรงงานอุตสาหกรรมได้รับงบฯทั้งสิ้น 620,329,000 บาท กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม 1,461,707,500 บาท กรมอุตสาหกรรมเหมืองแร่ 501,262,300 บาท สำนักงานคณะกรรมการ อ้อยและน้ำตาลทราย 873,459,100 บาท สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม 530,055,000 บาท สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม 344,829,300 บาท
          โดยแผนงานที่อยู่ในไอเดียหนึ่งของ "สมคิด" ใช้สำหรับกระตุ้นเศรษฐกิจคือการพัฒนาและยกระดับของเอสเอ็มอีในภูมิภาคเพื่อเกาะเกี่ยวโอกาสที่ไทยจะเข้าร่วมประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนให้เป็นประโยชน์ ทั้งนี้ แผนงานส่วนใหญ่เป็นแผนงานยกระดับความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมซึ่งกระจายอยู่ในแต่ละกรม โดยงบประมาณส่วนนี้รวมกันเป็นเงินทั้งสิ้น 2,626,534,200 บาท นอกจากนี้งบฯในกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ที่เกี่ยวกับการส่งเสริมเอสเอ็มอีคือแผนงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมได้รับงบฯทั้งสิ้น 1,120,513,800 บาท
          กระทรวงคมนาคมของ "อาคม" ซึ่งเป็นหัวใจหลักในการลงทุนโครงสร้าง พื้นฐานของรัฐ ได้รับการจัดสรรงบประมาณทั้งสิ้น 136,101,335,900 บาท จากที่ขอไว้ตอนแรก 138,886,070,800 บาท ลดลง 2,784,734,900 บาท ซึ่งงบประมาณส่วนใหญ่ให้น้ำหนักไปที่แผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบโลจิสติกส์ โดยจำแนกเป็นงบฯสำนักงานปลัดกระทรวง 487,543,300 บาท กรมเจ้าท่า 5,538,258,300 บาท กรมขนส่งทางบก 3,757,355,600 บาท กรมการบินพลเรือน 2,189,849,300 บาท กรมทางหลวง 77,509,975,100 บาท กรมทางหลวงชนบท 46,077,668,100 บาท สำนักนโยบายและแผนการจราจร 540,686,200 บาท
          กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของ พล.อ.ฉัตรชัยมีการของบประมาณไปทั้งสิ้น 88,958,229,600 บาท แต่ถูกปรับลดลง 2,554,546,300 บาท เหลือ 86,403,683,300 บาท โดยมีงบฯที่น่าสนใจซึ่งถูกปรับลดไปคืองบประมาณของกรมชลประทาน ในแผนงานบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ซึ่งเดิมกระทรวงเกษตรฯ ตั้งงบฯไว้ทั้งสิ้น 48,347361,200 บาท แต่ กมธ.งบประมาณตัดงบฯเหลือ 46,708,924,800 บาท ถูกลดไปทั้งสิ้น 1,638,436,400 บาท แต่แผนงานบริหารจัดการทรัพยากรน้ำยังไปโผล่อยู่ในงบประมาณของกรมพัฒนาที่ดิน จำนวน 1,375,545,100 บาท และกรมฝนหลวงและการบินเกษตร จำนวน 1,762,865,100 บาท
          ทั้งนี้ งบประมาณด้านแผนบริหารจัดการทรัพยากรน้ำยังกระจายไปอยู่ในงบฯของกระทรวงอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงคมนาคม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นต้น
          ขณะที่กระทรวงพลังงานของรัฐมนตรีหน้าใหม่อย่าง "พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์" ได้รับงบฯทั้งสิ้น 2,006,534,600 บาท  ซึ่งแผนงานของแต่ละกรมส่วนใหญ่เป็นแผนงานพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน โดยสำนักงานปลัดกระทรวงฯได้รับงบฯ 567,845,800 บาท กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ 209,500,500 บาท กรมธุรกิจพลังงาน 285,122,100 บาท กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน 828,935.200 บาท สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน 93,807,500 บาท สถาบันบริหารกองทุนพลังงาน (องค์การมหาชน) 20,323,500 บาท
          การเข้ามารับตำแหน่งใหม่ของทีมเศรษฐกิจที่มี "สมคิด จาตุศรีพิทักษ์" เป็นหัวหอก
          มาในจังหวะที่พอดีกับงบประมาณใหม่กำลังจะออก
          เงินงบประมาณจำนวน 867,292,438,100 บาท จะถูกส่งลงท่อ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
          ต้องจับตาดูว่าทีมสมคิดจะใช้เม็ดเงินปี'59 ฟื้นเศรษฐกิจได้หรือไม่

ประชาชาติธุรกิจ 27 สิงหาคม 2558

Copyright © 2007 GMS - AIN.ORG , Support by ADB