หน้าหลักเกี่ยวกับเราพันธมิตรติดต่อช่วยเหลือ
คอลัมน์ เศรษฐกิจเกษตร: สินค้าเกษตรไทยในอาเซียนแนวโน้มดี
www.gms-ain.org อนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง >>ผู้เขียน: >>จาก:เดลินิวส์ 24 พฤศจิกายน 2558
[ขนาด:ใหญ่กลางเล็ก][พิมพ์][ปิด]
 ในวันที่ 31 ธันวาคม 2558 จะเป็นการรวมตัวเพื่อเป็นประชาคมอาเซียนอย่างสมบูรณ์ ที่มีผลต่อประชากรไม่น้อยกว่า 625 ล้านคน ของอาเซียน
          เศรษฐกิจอาเซียนใหญ่เป็นอันดับ 7 ของโลกมี GDP ในภาพรวมประมาณ 2.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 3 ในเอเชีย รองจากจีนและอินเดีย ประเทศไทยจึงส่งเสริมการเตรียมความพร้อมภาคการเกษตรสู่ประชาคมอาเซียนอย่างเต็มที่ โดยในส่วนของกระทรวงเกษตรฯ นั้นมีการดำเนินการตามแนวทางของพิมพ์เขียวของทั้ง 3 ประชาคม คือ ประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนและประชาคมสังคมและวัฒนธรรม
          นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ในส่วนของ กระทรวงเกษตรฯ ได้ร่วมกำหนดมาตรฐานอาเซียนในคณะทำงานภายใต้รัฐมนตรีอาเซียนด้านเกษตรและป่าไม้ นับตั้งแต่ มาตรฐานพืชสวนและอาหาร มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ และค่าปริมาณสารพิษตกค้าง และยังได้กำหนดมาตรฐานของอาเซียนภายใต้รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนในเรื่องการอำนวยความสะดวกในการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจของอาเซียน โดยการลดหรือขจัดอุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้าที่เกิดจากมาตรฐาน กฎระเบียบทางวิชาการ และการตรวจสอบรับรอง
          นอกจากนี้ยังได้จัดตั้งคณะอนุกรรมการเตรียมความพร้อมภาคการเกษตรสู่ประชาคมอาเซียน เพื่อจัดทำกรอบนโยบายและแนวทางการเตรียมความพร้อม  มีการวิเคราะห์ศักยภาพสินค้าเกษตรไทยในตลาดอาเซียนและตลาดโลก ตลอดถึงศึกษาโอกาสของสินค้าเกษตรไทยในประชาคมอาเซียน พร้อมจัดตั้งคณะกรรมการดำเนินการปรับปรุงกฎหมายและพัฒนากฎหมายของกระทรวงเกษตรฯ
          และดำเนินโครงการสำคัญเพื่อเตรียมความพร้อมฯ ได้แก่ โครงการเมืองเกษตรสีเขียว โครงการพัฒนาคุณภาพสินค้าเกษตรสู่มาตรฐาน โครงการพัฒนาเป็นศูนย์กลางการผลิตเมล็ดพันธุ์พืชรองรับประชาคมอาเซียน และ การเพิ่มศักยภาพด่านสินค้าเกษตรชายแดนเพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน นอกจากนี้ ยังมีโครงการบริหารจัดการเขตเกษตรเศรษฐกิจสำหรับสินค้าเกษตรที่สำคัญ (Zoning) โครงการพัฒนาเกษตรกรสู่ Smart Farmer และโครงการส่งเสริมการใช้เครื่องจักรกลการเกษตรทดแทนแรงงาน
          ทั้งนี้ได้ศึกษาโอกาสและผล กระทบของสินค้าเกษตรไทยในการเข้า สู่ประชาคมอาเซียน พบว่า ศักยภาพ การแข่งขันของสินค้าเกษตรไทยในประชาคมอาเซียน ยังมีแนวโน้มที่ดีเนื่องจากสินค้าเกษตรไทยเป็นที่ยอมรับในด้านคุณภาพและมาตรฐาน โดยเฉพาะผลไม้และสินค้าปศุสัตว์และผลิตภัณฑ์ ในขณะที่บางสินค้ามีการพัฒนาไปสู่การแข่งขันในระดับโลกแล้ว เช่น ไก่เนื้อและผลิตภัณฑ์ โดยกลุ่มสินค้าที่แข่งขันได้ แต่ต้องสร้างจุดเด่นและพัฒนาสินค้าเพื่อครองตลาดให้มากขึ้น ได้แก่ ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง (มันเส้น) ไหม และยางพารา ส่วนกลุ่มสินค้าที่จะได้รับผล กระทบ ได้แก่ เมล็ดกาแฟ น้ำมันปาล์ม และมะพร้าว
          สำหรับผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อภาคการเกษตรของประเทศภายหลังการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ในเชิงบวกของไทยพบว่าโอกาสทางการค้าของสินค้าเกษตรมีมากขึ้น ตลาดจะใหญ่ขึ้น สินค้าเกษตรที่จำหน่ายในอาเซียนที่มีคุณภาพสูงสามารถตอบสนองความต้องการของตลาดระดับบนและตลาดนอกภูมิภาคอาเซียนมากขึ้น   มูลค่าการค้าตามแนวชายแดนเพิ่มสูงขึ้น มีแหล่งวัตถุดิบราคาถูกเข้าสู่อุตสาหกรรมการเกษตร มีการใช้ทรัพยากรภายในประเทศอย่างเต็มประสิทธิภาพเพื่อให้เกิดความได้เปรียบทางการแข่งขัน มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เทคโนโลยีในการผลิต
          ขณะที่ผลกระทบเชิงลบก็มีเช่นกัน อาทิ ผลผลิตทางการเกษตรที่ไม่มีมาตรฐาน หรือมาตรฐานต่ำกว่าจากประเทศสมาชิกอาเซียนจะหลั่งไหลเข้ามาสู่ประเทศไทย รวมทั้งสินค้าเกษตรจากอาเซียนที่มีคุณภาพดีกว่าและราคาถูกกว่าจะเข้ามาแข่งขันและแย่งตลาด สินค้าเกษตรทะลักเข้าสู่ประเทศไทยส่งผล กระทบโดยตรงต่อราคาสินค้าเกษตรไทย
          ซึ่งผู้ประกอบการภาคการผลิตทั้งทางด้านอุตสาหกรรมและเกษตรกรรม รวมทั้งเกษตรกรของไทยที่มีขีดความสามารถใน การผลิตต่ำจะไม่สามารถแข่งขันกับประเทศ ที่มีขีดความสามารถในการผลิตสูงกว่าได้ เป็นต้น.

เดลินิวส์ 24 พฤศจิกายน 2558
Copyright © 2007 GMS - AIN.ORG , Support by ADB